เก็บตะวันดอทเน็ต

ประวัติ ก. วิเสส

[คัดลอกลิงก์]

ชื่อFlame
ระดับสมาชิกระดับ 16
เพศ ไม่ระบ
เครดิต17319
ชื่อเสียง
เงิน
ความดี
จังหวัด
:: กระเทย ตุ๊ด ทอม เกย์ ::

สมาชิกคนที่2372
ออนไลน์ ช.ม.
ตั้งกระทู้
ตอบกระทู้
มีเพื่อน คน
วันเกิด//
สมัครเมื่อ29-11-2011
ใช้ล่าสุด1-1-1970
22-2-2012 12:00:53
ประมาณปี 2514 เพลง “ไทยดำรำพัน” ซึ่งกล่าวถึงการพลัดพรากถิ่นฐานของชาว “ไทดำ” หรือหนึ่งในชนเผ่า “ผู้ไท” หรือ “ภูไทย” ที่ชอบแต่งกายด้วยสีดำบนแผ่นดินลาว เป็นเพลงที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทยสมัยนั้น แทบจะทั้งในกรุง ทุกตรอกซอกซอย รวมทั้งต่างจังหวัดเรียกได้ว่า ทั่วประเทศ จนถึงทุกวันนี้ ยังร้องกันอยู่

เพลง “ไทยดำรำพัน” หรือ  “ไตดำลำพัน “  มีเนื้อร้องว่า.... ซิบฮาปี ที่ไตเฮา ฮ่างแดนดิน จงเอ็นดูหมู่ข้าน้อย ที่พลอยพลัดบ้าน เฮาคนไต ย้ายกันไปทุกถิ่นทุกฐาน จงฮักกันเน้อ ไตดำเฮาหนา.......

เจ้าของเพลงนี้คือ ท้าว “ก. วิเสส” หรือ “ จ่าตรี ก. วิเศษ “ นักร้องของกองทัพแห่งราชอาณาจักรลาว จากวงดนตรี “ราบอากาศวังเวียง” เขาเป็นนักร้องจากลาวคนแรก ที่โด่งดังแบบระเบิดเถิดเทิง ทั่วฟ้าเมืองไทย




ราวปี 2517 - 2518 ช่วงที่เมืองลาวมีปัญหาภายใน จนบ้านแตกสาแหรกขาด ทั้งคนลาว คนไทย ฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาซึม

มีอีกหลายเพลงของ ก. วิเสส ที่ดังมาคู่กัน ไม่ว่าจะเป็น “ซังคนหลายใจ” , “หนาวหมอก” , “ธรรมชาติวังเวียง” โดยเฉพาะเพลง “ก่อนจาก” ที่ร้องว่า....“อ้ายจำจากไปแดนไกลแนวหน้า น้องแอ๋ยฟังอ้ายสั่งลา อย่าหลั่งน้ำตาซมซาน อ้ายเป็นชาย ไว้ลายชายชาติทหาร เลี้ยงลูกไว้หนานงคราญ รอการกลับของอ้ายนี้....

เนื้อร้อง บอกถึงทหารคนหนึ่ง สั่งเมีย สั่งลูก ก่อนออกไปรบ โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ลาวจะแตก ไม่รู้อนาคต ว่าเขาจะได้กลับมาพบหน้าลูกเมียอีกหรือไม่ “  ฟังเพลงนี้ครั้งใด ก็ใจหายทุกคราว

นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายเพลงฮิต อาทิ สาวโพนโฮง ธรรมชาติเมืองสุย และ เชียงขวางแดนงาม

แต่สิ่งที่กล่าวถึง คือเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว เหลือเพียงความทรงจำ ที่เป็นตำนานของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ไว้ให้คิดถึง อาลัยหา

ก. วิเสส ซึ่งมีชื่อจริงว่า กันตัง ราดปากดี ( อาจจะเขียนว่า กันตัง ราษฎร์ปากดี ก็ได้ ) เคยเล่าว่า เขาเกิดที่หมู่บ้านสีไค ( ถ้าภาษาไทยคงเป็นหมู่บ้านตะไคร้ ) เมืองศรีโคตรบอง กำแพงนครเวียงจันท์ ข้างสนามบิน ในเวียงจันทน์ ประเทศลาว พ่อแม่เป็นคนที่นั่น สมัยเด็กๆ ขณะยังเป็นนักเรียนเขาชอบร้องเพลง

“ ช่วงนั้นทุกวันศุกร์ ที่โรงเรียนจะมีประกวดร้องเพลงเสมอๆ เผมและผู้หญิงอีกคน  ผลัดกัน ได้ที่ 1 กับที่ 2 ช่วงนั้นเพลงไทยเข้าไปดังในลาว ก็มี สมยศ ทัศนพันธ์ , ทูล ทองใจ , สุรพล สมบัติเจริญ , ชัยชนะ บุณยะโชติ , ก้าน แก้วสุพรรณ ฯลฯ เพลงเหล่านี้ผมร้องได้เกือบหมด  “

หลังจากที่จบ ป. 4 ท้าวกันตังได้ไปสมัครเป็นทหารอากาศหน่วยพลร่ม ( ราบอากาศ ) สังกัดฝ่ายเป็นกลาง แห่งราช อาณาจักรลาว เคยผ่านสมรภูมิรบทุ่งไหหินมาแล้ว

สมัยก่อน ที่เวียงจันทน์ มีวงดนตรีตำรวจ “วงคำเติม ธนุบาล” มีนักร้องรุ่นเก่าๆ รุ่นพี่ๆ อย่างเช่น “พรมมะ พิมะสอน” , “ทานตะวัน” เจ้าของเสียงเพลง “สองฝั่งของ”  แต่หลังจากนั้นไม่นาน ราวปี 2510 พันเอกแพงเกี้ยว สุวัฒน์ คนหมู่บ้านสีไค ผู้บัญชาการกรมราบอากาศวังเวียงได้ตั้งวงดนตรี “ราบอากาศวังเวียง” และได้ข่าวว่า ก. วิเสส ซึ่งเป็นญาติห่างๆ มีแววในการร้องเพลง ก็จึงไปชวนมาร่วมด้วย ซึ่งเขาก็ผ่านการทดสอบ เป็นนักร้องประจำวง ช่วงนั้นเขาอายุประมาณ 17 ปี

"ตอนแรกรวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักของแพงเกี้ยว ที่บ้านสีไค หลังจากนั้นก็ย้ายไปประจำที่เมืองวังเวียง ผมเป็นนักร้องนำของวง โดยมีหมีดำเป็นโฆษก"

ซึ่ง "หมีดำ" ที่ ก.วิเสส พูดถึงคือ ร.อ.สนอง อุ่นวง ซึ่งมีความสามารถในด้านการแต่งเพลง และเป็นผู้แต่งเพลง "ไทดำรำพัน"

“ ตอนนั้น นักแต่งเพลงของวง ชื่อ “จอมคำ” wfhนำเอาชีวิตจริงมาแต่งเป็นเพลง เช่นผมไปชอบสาวโพนโฮงก็แต่งเพลง “สาวโพนโฮง” อีกท่านหนึ่งคือ “อาจารย์หมีดำ” หรือ “สนอง อุ่นวงศ์” ผู้แต่ง “ไทยดำรำพัน”

ส่วนพันเอกแพงเกี้ยว สุวัฒน์ ก็คือผู้แต่งเพลง กุหลาบปากซัน เพลงฮิตที่นักร้องไทยเรานำมาขับร้องกันหลายต่อหลายคน ที่ถูกบันทึกเสียงครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2512  โดย ก.วิเสส เช่นกัน

“ ในช่วงที่ร้องเพลง แต่ละปีที่เวียงจันทน์ มีการประกวดร้องเพลง หรือที่ลาวเรียกว่า เส็งเพลง  ซึ่งถือเป็นงานที่สำคัญมาก ผมเข้าประกวดครั้งแรกในเพลง “ก่อนจาก”  งานนี้มีการประชันกันหลายคณะ อาทิเช่น “สำพาพุทธ” พวกต่างแขวงเมืองหลวงพระบาง มี “คำเติม ธนุบาล” เข้ามา“ ถ้าปีนั้นคำเติมไม่ประกวด ผมคงชนะ”

ปีถัดมา วันที่ 23 มีนาคม เป็นวันบุญกองทัพ มีประกวดร้องเพลงอีก ก. วิเสส จากราบอากาศวังเวียง ก็เอา “จ่าตรีรำพัน” ไปประกวด แต่ปีนี้ “คำเติม” รู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็เอา “พรมมะ พิมะสอน” เข้ามาสู้ ปรากฏว่า “จ่าตรีรำพัน” เป็นที่หนึ่ง  ตอนนั้นมี อภันตรี ประยุทธเสรณี นางสาวไทยคนที่ 17  พ.ศ. 2510  ซึ่งเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ประกวดนางงามจักรวาล ที่ไมอามี่ ฟลอริดา ให้เกียรติเป็นประธานในงาน

ก. วิเสส เริ่มมีชื่อเสียง จาก “ซังคนหลายใจ” , “ จ่าตรีรำพัน “ , “ ก่อนจาก “ พอปีที่สาม ก็มี “ธรรมชาติเมืองสุย”ประมาณปี 1971 หรือ 1972 ( พ.ศ. 2514 หรือ 2515)

ต่อมามีการประกวดเพลง เกี่ยวกับการศึกษา เขาให้แต่งเป็นเพลงจังหวะรำวง งานนี้มีวงดนตรี 15 คณะส่งเข้าประกวด วงดนตรีราบอากาศวังเวียง ส่งเพลง “ไทยดำรำพัน” ซึ่งร้องโดย ก. วิเสส เข้าประกวด แต่ปรากฏว่าได้ที่ 14 เกือบบ๊วย ขณะที่ในปีก่อนๆทางวงราบอากาศวังเวียง ก็เคยคว้าชัยชนะเลิศมาหลายครั้ง




เพลงนี้หมีดำได้แรงบันดาลใจมาจากการไปร่วมงานบุญของชาวไทดำหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเขตนครหลวงเวียงจันทน์ "เป็นการผสมระหว่างเพลงพื้นบ้านชาวไทดำ กับทำนองขับทุ้มหลวงพระบาง

แต่หลังจากที่การบันทึกเสียงเพลงไทดำรำพันเสร็จ ก็ได้นำแผ่นเสียงไปเปิดทางสถานีวิทยุ ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากแฟนๆ ในทั่วทุกแขวงของลาว และดังจากลาวข้ามไปประเทศไทย เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อมันกลายเป็นเพลงที่แทบทุกครัว เรือนรู้จัก นักจัดรายการเพลงลูกทุ่งสถานีต่างๆ มีแฟนเพลงขอฟังกันอยู่เสมอ สมัยนั้นสื่อฯ ยังไม่แพร่หลายเหมือนยุคนี้ วงการเพลงยังไม่เป็นธุรกิจเท่าปัจจุบัน หาไม่แล้ว ก. วิเสส จะกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ภายในไม่ทันข้ามปี

จากชื่อเสียงซึ่งเป็นที่รู้จัก ทำให้ มานพ ลิ้มจรูญ เจ้าของนิตยสารดาราไทย ที่เป็นเพื่อน พ.อ.แพงเกี้ยว ติดต่อให้ ก.วิเสส และวงราบอากาศวังเวียง ยกคณะเข้ามาเดินสายในไทยเป็นเวลา 3 เดือนเศษ ประมาณปี 2513 โดยทางวงได้ไปเปิดการแสดงตามจังหวัดต่างๆ ตามที่มิตรรักแฟนเพลงเรียกร้อง เป็นการตอกย้ำทำให้เพลงทุกเพลงของ ก.วิเสส เป็นที่รู้จักของแฟนๆ เพิ่มมากขึ้น

ค่าจ้างวงประมาณคืนละ 15,000 บาท แต่ก.วิเสส ได้ค่าตัววันละ 1,200 บาท เป็นเงินเท่าไร คงต้องเทียบกับราคาทอง ช่วงนั้นดู โดยราคทองช่วงนั้น บาทละประมาณ 180- 200 บาท

เขาสนุกกับการเดินสายถึง 3 - 4 เดือน ทางราชการลาวก็เรียกตัวกลับ เพราะเป็นทหารออกเดินสายร้องเพลงในต่างประเทศ น่าจะผิดวัตถุประสงค์ของวงดนตรีแห่งกองทัพ

ก.วิเสส เล่าว่า เมื่อกลับประเทศลาว ทุกคนกีมีเงินติดตัวกลับไป แม้แต่หางเครื่องยังมีเงินพอไปซื้อที่ดิน สร้างเนื้อสร้างตัว
แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก ก.วิเสส ก็ต้องเดินทางมาเมืองไทยอีกครั้ง เพื่อร่วมแสดงหนังเรื่อง "รักเธอเสมอ" ของ ชรินทร์ นันทนาคร เพราะห้วงเวลานั้น ชรินทร์ นันทนาคร ซึ่งห่างเหินจากการร้องเพลง กำลังสนุกอยู่กับการสร้างภาพยนตร์ไทย โยมีหนังดีๆ ผลิตออกมาจากทีมงานของชรินทร์ เสมอๆ แฟนหนังทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ยอมรับในฝีมือของของท่านผู้นี้ ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือ และการทุ่มทุน ชรินทร์ เป็นคนวิสัยทัศน์กว้าง มองเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภค



ก.วิเสส (คนซ้าย )


เมื่อชรินทร์ ฟังเพลง “ไทยดำรำพัน” เขาตัดสินใจ บินไปพบกับ ก.วิเสส ที่เมืองลาว เพื่อชวนมาแสดง “รักเธอเสมอ” ซึ่งภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา “รักเธอเสมอ” เป็นเรื่องเกี่ยวกับเพลง “ไทยดำรำพัน” โดยให้เขาประกบคู่กับ “กิ่งดาว จันทร์สวัสดิ์” เจ้าของเพลง “ปูน้อยหนีบมือ”  โดยมีพระนางคู่ขวัญ สมบัติ เมทะนี และ เพชรา เชาวราษฏร์ เป็นผู้แสดงนำ จากศิลปินนักร้อง ก.วิเสส จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน พระเอกหนังไทยกับเขาด้วยเหมือนกัน “รักเธอเสมอ” ยกกองไปถ่ายทำที่จังหวัดสระบุรี อันได้ชื่อว่าเป็น ฮอลลีวูดของเมืองไทย มันเป็นหนัง 16 มม. ประกอบเพลง 35 มม. ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายในยุคนั้น

"ต่อจากเรื่องรักเธอเสมอ ผมก็เล่นหนังอีกเรื่องสองเรื่อง แล้วหันไปร้องเพลงที่ห้องอาหารขวัญจิต ”  เจ้าของคือ “คุณสะอาด เผือกจิต” นักธุรกิจที่นอกจากทำร้านอาหารแล้ว ยังทำธุรกิจบ้านจัดสรรค์ “ส.กรุงเทพ” อีกด้วย ทำให้ ก.วิเสส ไม่มีปัญหาเรื่องที่พักอาศัย ช่วงหน้าแล้ง ก็ออกเดินสาย เหนือจรดใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไปกับวงดนตรี “ไพรวัลย์ ลูกเพชร” ทั้งงานบุญ งานวัด ปิดวิก เล่นในโรงภาพยนตร์ ฯลฯ สลับกับการร้องเพลงที่ห้องอาหาร สลับเดินสายร้องเพลงร่วมกับวง กังวาลไพร และวง ไพรวัลย์ ลูกเพชร “ ผมอยู่ที่นี่จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในลาว" เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2518 พรรคประชา ชนปฏิวัติลาว ยึดอำนาจการปกครองล้มล้างรัฐบาลราชอาณาจักรลาว จึงทำให้ ก.วิเสส ตัดสินใจอยู่ในเมืองไทย  โดยก็ยังร้องเพลงทั้งร้านอาหาร และเดินสาย

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในลาว ทำให้เมืองไทยตกอยู่ในวงล้อมของคอมมิวนิสต์ รัฐบาลไทยจึงมุ่งปลุกกระแสต้านคอมมิวนิสต์ทั้งในภาพยนตร์และเพลงลูกทุ่ง ก็มีเนื้อหาต้านภัยคอมมิวนิสต์ รวมถึงเพลง ไทดำรำพัน ก็โจมตีระบอบคอมมิวนิสต์ในลาวอย่างโจ่งแจ้ง เพลงไทดำรำพัน จึงเป็นเพลงต้องห้ามบนแผ่นดินลาว ซึ่งเวลานั้นพรรคปฎิวัติลาวอนุญาตให้นำเพลงลาวระบอบเก่ามาร้องได้หมดทุกเพลง ยกเว้นเพลงไทดำรำพัน

แต่แม้ทั้งโอกาส ทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียง เข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กัน แต่ใครจะทราบว่าในห้วงของความรู้สึก ก.วิเสส คิดถึงบ้านที่จากมา เหมือนบทเพลง ไทยดำรำพันที่ว่า

“เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอน ต้องจรจำลา ปะไร่ปะนา น้ำตาไตไหล” .....

ครั้งหนึ่ง ก. วิเสส เดินสายไปที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ในวงลูกทุ่งมีเรื่องชกต่อยกับนักเลงที่มาเบ่งเข้างาน ซึ่งเด็กเฝ้าประตูก็จำ เป็นต้องแข็ง ไม่งั้นก็เก็บบัตรไม่ได้ ก็น่าเห็นใจ ขากลับถูกดักยิงรถบัสด้วยปืนลูกซอง ตรงที่ “โรม ศรีธรรมราช” นั่ง โชคดีที่ไม่โดน แต่ก็ทำให้ กระจกแตกไปบาด ก.วิเสส ที่หลับอยู่ ก็มีข่าวลือไปว่า ก.วิเสส ถูกยิง

พอลือไปไกลเข้าก็ว่าเสียชีวิตแล้ว   พี่สาวจากฝรั่งเศสได้ข่าวไม่เชื่อ เดินทางมาประเทศไทย มาที่หมู่บ้าน ส.กรุงเทพฯ ใกล้สำนักพิมพ์ น.ส.พ.บ้านเมือง ไปถึงเห็นน้องนั่งอยู่ ยังไม่ตายก็ดีใจ ก็จึงชวนไปฝรั่งเศส แต่ก่อนไปตามกฎระเบียบ ต้องเข้าศูนย์ที่หนองคายก่อน แต่การรอสัมภาษณ์ไปฝรั่งเศส ลำบากมาก

จนกระทั่งปี 2522 เขาจึงทำเรื่องขอเป็นผู้ลี้ภัยและเดินทางไปใช้ชีวิตที่สหรัฐ เพราะบังเอิญที่สหรัฐฯ ตอนนั้นมีวงดนตรี ก.แก้วกำพร้า ที่มีเพลงที่ดังแล้วหลายเพลงเช่น “ อ้ายมาทีหลัง” , “ ฮักสาวหนองคาย “ ฯลฯ ทาง ก็เลยชักชวนเขาไปอเมริกา

“แม้ผมจะอยู่ศูนย์อพยพ แต่เข้าออกได้สบาย เพราะมีเพื่อนเยอะ เป็นตำรวจก็มี เมื่อรู้จักกัน และเห็นว่าไม่เป็นพิษเป็นภัย เขาก็ช่วยเหลือ ไม่เข้มงวด ผมยังออกไปเดินสายร้องเพลงตลอด รอจนกว่าเรียกตัวมาอเมริกา จำได้ว่า ในเที่ยวบิน 707 เที่ยวนั้น มีคนลาวแค่สองครอบครัว นอกนั้นก็มีพี่น้องม้ง ทั้งนั้น

มาอยู่มินิโซต้า 1 ปี หนาวมาก ย้ายไปนิวยอร์กอีกปี ก็เจอหิมะหนาว ย้ายเรื่อยๆ เขาก็เชิญไปร้องเพลงที่นั่น ที่นี่ ถูกชักชวนให้ย้ายไปเท็กซัส  ไปอยู่เมือง “อามาริลโล”  ทำงานแล่เนื้ออยู่ 5 ปี มีปัญหานิดหน่อย แล้วก็ย้ายอีกหน มาอริโซน่า แล้วตั้งรกรากถึงปัจจุบัน ไม่ย้ายไปไหนอีก

สำหรับแฟนเพลงในอเมริกา ทั้งลาว ไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวม้งสนับสนุนตลอด เมื่อก่อนไม่มีสื่อเป็นกระบอกเสียง เขาอยากติดต่อ ก.วิเสส แต่ไม่รู้จะไปหาตัวได้ที่ไหน พอเริ่มมีทีวีไทย มีทีวีลาว มีเพลงไปเปิดในรายการ ก็มีคนติดต่อให้ไปร้องตามงานต่างๆ มากขึ้น ไปร้องที่เฟรสโน่ ก็ได้รับการต้อนรับ ได้ไปร้องถึงฮาวาย ฯลฯ ไปถึงวัดโลซาน สวิสเซอร์แลนด์ คนมาอยู่นาน ไม่ว่าคนไทย คนลาว ก็คิดถึงความหลัง อยากฟังเพลงเก่าๆ ทำให้ต้องทำอัลบั้มเพลงขึ้นมา โดยไปลงทุนทำแผ่นถึงเมืองไทย ซึ่งยังมีพรรคพวกในวงการเพลงอยู่ เพลงมีทั้ง วีซีดี คาราโอเกะ และซีดี ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ขายได้เรื่อยๆ และขายได้ตลอด

ก.วิเสส วันนี้คือหนุ่มใหญ่ ซึ่งมีใบหน้ายิ้มละมัยอยู่ตลอดเวลา ยังคงร้องเพลงตามงานการกุศล และยังทำซีดี วีซีดี ให้กับแฟนๆ และยังได้รับการสนับสนุนไม่เสื่อมคลาย ก. วิเสส ยังร้องเพลงรับเชิญตามงานกุศลในหมู่คนลาว และไทยในอเมริกา

เดียนเบียนฟู (เมืองแถง ซึ่งสมัยโบราณเรียกว่าเมืองแถน) อยู่ในเวียดนามเหนือใกล้กับพรมแดนลาว ที่นี่เป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมและสำคัญของชาวไทในเวียดนามมาก่อน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสได้จัดตั้งสหพันธรัฐไทขึ้นที่เมืองไลเจา ผู้นำชาวไทในเวียดนามแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเข้าร่วมกับเวียดมินห์ต่อสู้กับฝรั่งเศสมาตั้งแต่ต้นอีกฝ่ายหนึ่งต้องการเป็นสหพันธรัฐไท เพราะเห็นว่าแม้อยู่ภายใต้สหพันธ์ฝรั่งเศสแต่ก็มีสถานะเท่าเทียมกับประเทศลาว จึงเข้าร่วมกับฝรั่งเศสเศส ๆ ตกเป็นฝ่ายรับเรื่อยมา จึงถอนกำลังจากจุดอื่นๆ ทั้งหมดถอยร่นเข้าสู่เมืองเดียนเบียนฟู ซึ่งมีลักษณะเป็นเมืองในหุบเขา พร้อมดำเนินการสร้างป้อมค่ายรอบเมือง ปลายปี พ.ศ. 2496 ฝรั่งเศสกับพลพรรค สหพันธรัฐไท ได้ถอยร่นเข้าสู่เมืองเดียนเบียนฟู แต่ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2497 เมืองเดียนเบียนฟู ที่มั่นสุดท้ายก็แตก

ชาวไทดำจำนวนประมาณ 4,000 คนได้อพยพลงสู่เวียดนามใต้ไปอยู่ที่ตำบลตุงเงี้ย จังหวัดดาลัด ชาวไทดำอีกกลุ่มประมาณ2,000 คนได้อพยพไปยังเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และอีกประมาณ 3,000 คน ได้อพยพไปอยู่ที่เชียงขวาง ประเทศลาวเช่นกัน กลุ่มที่อพยพมายังเชียงขวางนี้ ส่วนหนึ่งก็ได้อพยพมาอยู่ที่แขวงเวียงจันทร์ ห่างจากเวียงจันทร์ไม่มากนัก

การแต่งเพลงไทดำรำพัน  คงแต่งขึ้นในปี พ.ศ 2512 ครบ 15 ปี ของการอพยพมาจากเมืองแถงของชาวไทดำ
เครดิต:คุณคันทรีแมน


เก็บตะวันดอทเน็ต - ท่านยอมรับมันได้ไหม1,กฎระเบียบของเว็บเก็บตะวันดอทเน็ต ไม่ได้มีไว้กักขังหรือปิดกั้นทางความคิด แต่มีไว้เพื่อเป็นกรอบป้องกันความวุ่นวาย
2,หากท่านยอมรับกฏระเบียบของเว็บเก็บตะวันดอทเน็ตไม่ได้ ก็โปรดจงล็อกเอ้าออกจากระบบเพราะเราจะสงวนพื้นที่ส่วนนี้ไว้ให้ท่านอื่นที่ยอมรับได้
3,จะโพสต์อะไรก็ตามบนเว็บเก็บตะวันดอทเน็ต พยายามอย่าให้เว็บ เก็บตะวันดอทเน็ตตกอยู่ในความสี่ยง
4,ทุกกระทู้ ทุกความคิดเห็น จะถูกส่งขึ้นระบบ และแสดงโดยอัตโนมัติ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านหรือตัดสินใจด้วยตัวเอง
5,ผู้ดูแลเก็บตะวันดอทเน็ตสามารถจัดการกับโพสต์หรือความคิดเห็นของท่านได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมโดยที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
6,การตัดสินของ ADMIN และผู้ดูแลถือเป็นที่สิ้นสุด

  • เยี่ยมมาก ขอบคุณครับ.

    Kan ชื่อเสียง +1 เงิน +1 ความดี +1

  • เยี่ยมมากๆ

    montra ชื่อเสียง +2 เงิน +2 ความดี +2


ชื่อmontra
ระดับสมาชิกระดับ 4
เพศ ไม่ระบ
เครดิต1933
ชื่อเสียง
เงิน
ความดี
จังหวัด
:: กระเทย ตุ๊ด ทอม เกย์ ::

สมาชิกคนที่4055
ออนไลน์ ช.ม.
ตั้งกระทู้
ตอบกระทู้
มีเพื่อน คน
วันเกิด//
สมัครเมื่อ10-2-2012
ใช้ล่าสุด1-1-1970
22-2-2012 14:31:22
ก วิเสส เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จ  รู้จักอยู่หลายเพลงค่ะ  ขอบคุณ คุณ yomtukyang"
ออกเสียงว่า"ยอมทุกอย่าง"หรือเปล่าค่ะ  ถ้าไม่ใช่ต้องขออภัยค่ะ

ชื่อFlame
ระดับสมาชิกระดับ 16
เพศ ไม่ระบ
เครดิต17319
ชื่อเสียง
เงิน
ความดี
จังหวัด
:: กระเทย ตุ๊ด ทอม เกย์ ::

สมาชิกคนที่2372
ออนไลน์ ช.ม.
ตั้งกระทู้
ตอบกระทู้
มีเพื่อน คน
วันเกิด//
สมัครเมื่อ29-11-2011
ใช้ล่าสุด1-1-1970
22-2-2012 15:32:21
ต้นฉบับโพสต์โดย montra เมื่อ 2012-2-22 14:31
ก วิเสส เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จ  รู้จักอยู่หล ...

ถูกต้องแร้วคร๊าบ


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

เก็บตะวันดอทเน็ตยินดีต้อนรับ
หากว่าท่านเป็นสมาชิกอยู่แล้ว
กรุณาล็อกอิน เข้าสู่ระบบ
แต่ถ้าหากว่าท่านยังไม่ได้เป็น
สมาชิกกรุณา【สมัครสมาชิก】

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
การประยุกต์ใช้|รายชื่อผู้กระทำผิดในเว็บนี้|รูปแบบข้อความล้วน|Mobile|keptawan.net

GMT+7, 2-10-2014 05:17 , Processed in 0.093329 second(s), 28 queries .

Design by :น้ำเหนือ
Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.22

© 2001-2014 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้